ส่วนที่ 3 วินัยมุขเล่ม 1 - 3
 
วินัยมุขเล่ม 3นักธรรมชั้นเอก
 
สังฆกรรม 4 ประเภทนั้น มีจำนวนสงฆ์ผู้กระทำนั้นๆ ดังนี้
 
  1. สงฆ์จตุวรรค ทำสังฆกรรมได้ทุกอย่างเว้นแต่ปวารณาให้ผ้ากฐิน อุปสมบท และอัพภาน
2. สงฆ์ปัญจวรรค ทำปวารณา ให้ผ้ากฐิน อุปสมบทในปัจจันตชนบท
3. สงฆ์ทสวรรค ให้อุปสมบทในมัธยมชนบท
4. สงฆ์วีสติวรรค อัพภาน
 
ภิกษุผู้ควรเข้ากรรมต้องประกอบด้วยองค์ 3 คือ
 
  1. ภิกษุปกติ 2. มีสังวาสเสมอด้วยสงฆ์ 3. เป็นสมานสังวาสของกันและกัน
 
กรรมย่อมวิบัติโดยเหตุ 4 ประการ คือ
 
  1. วิบัติโดยวัตถุ 2. วิบัติโดยสีมา 3. วิบัติโดยปริสะ 4. วิบัติโดยกรรมวาจา
 
1. กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุ เพราะเหตุ 4 ประการ คือ
 
  1.1 อุปสมบทคนอายุหย่อนกว่า 20 ปี
1.2 อุปสมบทคนที่เป็นอภัพพบุคคล
1.3 สมมติสีมาคาบเกี่ยว
1.4 ผิดระเบียบ
 
2. กรรมวิบัติโดยยีมา เพราะเหตุ 5 ประการ คือ
 
  2.1 สมมติสีมาใหญ่เกินกำหนด
2.2 สมมติสีมาเล็กเกินกำหนด
2.3 สมมติสีมามีนิมิตขาด
2.4 สมมติสีมามีฉายาเป็นนิมิต
2.5 สมมติสีมาไม่มีนิมิต
 
3. กรรมวิบัติโดยปริสะ เพราะเหตุ 3 ประการ คือ
 
  3.1 ภิกษุเข้าประชุมไม่ครบองค์สงฆ์
3.2 สงฆ์ครบกำหนดแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรนำฉันทะมา
3.3 มีผู้คัดค้านกรรมอันสงฆ์ทำ 7.สีดำ
 
4. กรรมวิบัติโดยวาจา เพราะเหตุ 7 ประการ คือ
 
  4.1 ไม่ระบุวัตถุ
4.2 ไม่ระบุสงฆ์
4.3 ไม่ระบุบุคคล
4.4 ไม่ตั้งญัตติ
4.5 ตั้งญัตติภายหลัง
4.6 ทิ้งอนุสาวนาในกรรมวาจาที่มีอนุสาวนา
4.7 สวดในกาลไม่ควร
 
ภิกษุผู้สวดกรรมวาจา พึงสนใจประเภท แห่งพยัญชนะ 10 คือ
 
  3.1 ภิกษุเข้าประชุมไม่ครบองค์สงฆ์
3.2 สงฆ์ครบกำหนดแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรนำฉันทะมา
3.3 มีผู้คัดค้านกรรมอันสงฆ์ทำ 7.สีดำ
 
กรรมเสียเพราะว่าผิดพลาด 4 สถาน คือ
 
  1. ว่าสิถิลเป็นธนิต เช่นว่ส สุณาตุ เม เป็น สุณาถุ เม
2. ว่าธนิต เป็น สิถิล เช่นว่า ภน. เต สง.โฆ เป็น พน.เต สง.โค
3. ว่าวิมุต เป็น นิคคหิต เช่น เอสา ญต.ติ เป็น เอสํ ญต. ติ
4. ว่านิคคหิต เป็น วิมุต เช่น ปต.ตกล.ลํ เป็น ปต.ตกล.ลา
( ส่วนนอกนั้น ว่า กลับกันหรือแยกกัน )
 
<<หน้าก่อน


มหามกุฏราชวิทยาลัย Copyright © 2004 Mahamakut Buddish University. All rights reserved www.mbu.ac.th
Powered by e-Learning Silpakorn University