ส่วนที่ 3 วินัยมุขเล่ม 1 - 3
 
วินัยมุขเล่ม 2 นักธรรมชั้นโท
 
ลูกดุมในบาลีอนุญาตให้ทำด้วยของเหล่านี้ คือ
 
  1. ประคดแผ่น 2. งา 3. เขา 4. ไม้ไผ่ 5. ไม้รวก 6. ไม้แก่น
7. ครั่ง 8. กะลา 9. โลหะ 10. สังข์ 11. ด้ายถัก
 
ประคดเอว 2 ชนิด
 
  1. ประคดแผ่น ( หรือประคดลังกา ) 2. ประคดไส้สุกร ( ผ้าเย็บเป็นปลอก )
 
ผ้าที่ทรงอนุญาตให้ใช้เพิ่มอีก ( นอกจากไตรจีวร ) คือ
 
  1. ผ้าอาบน้ำฝน ( วัสสิกสาฏิกะ )
2. ผ้าปิดฝี ( กัณฑุปฏิฉาทิ )
3. ผ้าปูนั่ง ( นิสีทนะ )
4. ผ้าปูนอน ( ปัจจัตถรณะ )
5. ผ้าเช็ดหน้าเช็ดปาก ( มุขปุญฉนะ )
6. ผ้าใช้เป็นบริขาร เช่น ถุงบาตรและย่าม ( บริขารโจละ )
 
( ผ้านุ่งห่มก็ดี ผ้าใช้สอนดังกล่าวมานี้ก็ดี ต้องอธิษฐาน เมื่อจะเปลี่ยนใหม่ต้องปัจจุทธรณ์ คือ ถอนอธิษฐานของเดิมก่อน ) ผ้าอื่นๆนอกจากนี้ มีกำหนด ยาวตั้งแต่ 8 นิ้ว กว้าง 4 นิ้ว ขึ้นไป จัดเข้าในอดิเรกจีวรต้องวิกัปป์ไว้ คือ ทำให้เป็นสองเจ้าของ
 
ผ้านิสีทนะ
ผ้านิสีทนะ มีจำกัดประมาณยาว 2 คืบ กว้างคืบครึ่ง ชายคืบหนึ่ง วิธีทำผ้านิสีทนะนั้นมี 3 แบบ คือ
 
  1. แบบของพระอรรถกถาจารย์
2. แบบของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์
3. แบบใหม่
 
2. บาตร
บาตร เป็นบริขารดั้งเดิมของภิกษุคู่กับไตรจีวร บาตรนั้นทรงอนุญาตไว้ 2 ชนิด คือ
 
  1. บาตรดินเผา 2. บาตรเหล็ก
 
ของห้ามใช้แทนบาตร
 
  1. กระทะดินเผา 2. กะโหลกน้ำเต้า 3. กะโหลกหัวผี
 
บาตรบางชนิดที่ห้ามใช้ คือ
 
  1. บาตรทอง 2. บาตรเงิน 3. บาตรแก้วมณี 4. บาตรแก้วไพฑูรย์ 5. บาตรแก้วผลึก 6. บาตรแก้วหุง 7. บาตรทองแดง 8. บาตรทองเหลือง 9. บาตรดีบุก 10. บาตรสังกะสี 11. บาตรไม้
 
ขนาดของบาตร 3 อย่าง คือ
 
  1. อย่างใหญ่ จุข้าวสุกแห่งข้าวสารกึ่งอาฬหกะ
2. อย่างกลาง จุข้าวสุกแห่งข้าวสารนาฬีหนึ่ง
3. อย่างเล็ก จุข้าวสุกแห่งข้าวสารปัตถะหนึ่ง
 
จำนวนบาตรที่อนุญาต
ภิกษุที่มีบาตรเพื่ออธิษฐานไว้ได้เพียงใบเดียว ตั้งแต่ใบที่สองเรียกว่า อดิเรกบาตร เก็บไว้ได้เพียง 10 วัน ถ้าจะเก็บไว้ต้องวิกัปป์
ถ้าจะเปลี่ยนบาตรใหม่ ต้องปัจจุธรณ์บาตรเดิมก่อนแล้วจึงอธิษฐานใหม่
บาตรที่จะเปลี่ยนใหม่ ต้องมีรอยร้าวแห่งเดียวหรือหลายแห่งรวมกันได้เป็น 10 นิ้ว เรียกว่ามีแผล 5 แห่ง หรือ แตกทะลุมีอาหารรั่วออกได้
 
ธรรมเนียมระวังรักษาบาตร
 
  1. ห้ามวางบาตรบนเตียง
2. ห้ามวางบาตรบนตั่ง ( ม้า หรือโต๊ะ )
3. ห้ามวางบนบาตรร่ม
4. ห้ามวางบาตรบนพนัก
5. ห้ามวางบาตรบมพรึง ( ชานนอกพนัก )
6. ห้ามวางบาตรบนตัก ( เกรงลุกขึ้นไม่มีสติ บาตรจะแตก )
7. ห้าแขวนบาตร ( เช่นราวจีวร )
8. ไม่ให้คว่ำบาตรที่มแข็ง อันจะปทุษร้ายบาตร
9. มีบาตรอยู่ในมือ ห้ามผลักบานประตู
 
อนึ่ง ให้รู้จักรักษาบาตร ห้ามไม่ให้ใช้บาตรต่างกระโถน จะทิ้ง ก้างปลา กระดูก เนื้อลงในบาตร ไม่ควร ห้ามลางมือบ้วนปากลงในบาตร จะเอามือเปื้อนจับบาตรก็ไม่ควร ฉันแล้วต้องล้างบาตร จะเก็บบาตรทั้งยังเปียกๆไม่ได้ ต้องผึ่งแดดก่อน ห้ามผึ่งทั้งยังเปียก ต้องเช็ดน้ำให้หมดก่อนจึงผึ่ง จะผึ่งไว้นานก็ไม่ได้ ให้ผึ่งสักครู่หนึ่ง ( ครั้งพุทธกาลคงใช้บาตรดินเป็นพื้น จึงมีธรรมเนียม ระวังรักษาบาตรอย่างกวดขันเช่นนี้ )
 
<<หน้าก่อน หน้าต่อไป>>


มหามกุฏราชวิทยาลัย Copyright © 2004 Mahamakut Buddish University. All rights reserved www.mbu.ac.th
Powered by e-Learning Silpakorn University