ส่วนที่ ๒ พระวินัยปิฎกเล่ม ๘ ปริวาร
 
มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร
 

คำถามและคำตอบเสขิยวัตร

        [๔๘๖] ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติทุกกฏเพราะปัจจัย คืออาศัยความ ไม่เอื้อเฟื้อถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะลงในน้ำ ณ ที่ไหน
        ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี
        ถ. ทรงปรารภใคร
        ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์
        ถ. เพราะเรื่องอะไร
        ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์ ถ่ายอุจจาระบ้าง ปัสสาวะบ้าง บ้วน เขฬะบ้าง ลงในน้ำ.
มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้
เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา.
กัตถปัญญัติวาร ที่ ๑ จบ

กตาปัตติวาร ที่ ๒

คำถามและคำตอบอาบัติในปาราชิกกัณฑ์

         [๔๘๗] ถามว่า เพราะปัจจัยคือเสพเมถุนธรรม ภิกษุและภิกษุณี ต้องอาบัติเท่าไร
         ตอบว่า เพราะปัจจัย คือ เสพเมถุนธรรม ภิกษุและภิกษุณี ต้อง อาบัติ ๔ คือ เสพเมถุนธรรมในสรีระที่สัตว์มิได้กัด ต้องอาบัติปาราชิก ๑ เสพเมถุนธรรมในสรีระที่สัตว์กัดแล้วโดยมาก ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ สอดองค์ กำเนิดเข้าในปากที่อ้า มิได้ถูกต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เป็นปาจิตตีย์ในเพราะ ท่อนยางกลม ๑ เพราะปัจจัยคือเสพเมถุนธรรม ภิกษุและภิกษุณี ต้องอาบัติ ๔ เหล่านี้.
         [๔๘๘] ถามว่า เพราะปัจจัย คือ ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของมิได้ให้ ภิกษุและภิกษุณี ต้องอาบัติเท่าไร
         ตอบว่า เพราะปัจจัย คือ ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของมิได้ให้ ภิกษุและ ภิกษุณีต้องอาบัติ ๓ คือ ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของมิได้ให้ เป็นส่วนแห่งโจรกรรม มีราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติปาราชิก ๑ ถือเอาทรัพย์อัน เจ้าของมิได้ให้เป็นส่วน แห่งโจรกรรม มีราคาเกินกว่า ๑ มาสก หรือหย่อน กว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของมิได้ให้ เป็นส่วน
แห่งโจรกรรม มีราคา ๑ มาสก หรือหย่อนกว่า ๑ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เพราะปัจจัย คือ ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของมิได้ให้ ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ
๓ เหล่านี้.
         [๔๘๙] ถามว่า เพราะปัจจัย คือแกล้งพรากกายมนุษย์จากชีวิต ภิกษุ และภิกษุณีต้องอาบัติเท่าไร
         ตอบว่า เพราะปัจจัย คือ แกล้งพรากกายมนุษย์จากชีวิต ภิกษุและ ภิกษุณีต้องอาบัติ ๓ คือขุดบ่อเจาะจงมนุษย์ว่า จักตกลงตาย ต้องอาบัติทุกกฏ
         ๑ เมื่อตกแล้วทุกขเวทนาเกิดขึ้น ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ ตาย ต้องอาบัติปาราชิก
         ๑ เพราะปัจจัย คือ แกล้งพรากกายมนุษย์จากชีวิต ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ    ๓ เหล่านี้.
         [๔๙๐] ถามว่า เพราะปัจจัย คือ กล่าวอวดอุตริมนุสธรรม อัน ไม่มี ไม่เป็นจริง ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติเท่าไร
        ตอบว่า เพราะปัจจัย คือ กล่าวอวดอุตริมนุสธรรมอันไม่มี ไม่ เป็นจริง ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ ๓ คือ ภิกษุ มีความปรารถนาลามก ถูก ความปรารถนาครอบงำ กล่าวอวดอุตริมนุสธรรม อันไม่มี ไม่เป็นจริง ต้องอาบัติปาราชิก ๑ กล่าวว่า ภิกษุใดอยู่ในวิหารของท่าน ภิกษุนั้นเป็นพระ อรหันต์ เมื่อผู้ฟังเข้าใจความ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ เมื่อไม่เข้าใจความ ต้อง
อาบัติทุกกฏ ๑ เพราะปัจจัย คือ กล่าวอวดอุตริมนุสธรรมอันไม่มี ไม่เป็น จริง ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ ๓ เหล่านี้.

คำถามและคำตอบอาบัติในสังฆาทิเสสกัณฑ์

         [๔๙๑] ถามว่า เพราะปัจจัย คือ พยายามปล่อยอสุจิ ภิกษุต้อง อาบัติเท่าไร
         ตอบว่า เพราะปัจจัย คือ พยายามปล่อยอสุจิ ภิกษุต้องอาบัติ ๓ คือ ตั้งใจพยายาม อสุจิเคลื่อน ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ตั้งใจพยายาม แต่อสุจิไม่ เคลื่อน ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ เป็นทุกกฏในประโยค ๑.
         [๔๙๒] เพราะปัจจัย คือ ถึงความเคล้าคลึงด้วยกาย ภิกษุและภิกษุณี ต้องอาบัติ ๕ คือ ภิกษุมีความกำหนัด ยินดีในการจับต้องอวัยวะใต้รากขวัญ ลงมา หรือเหนือหัวเข่าขึ้นไป ของบุรุษบุคคลผู้มีความกำหนัด ต้องอาบัติ ปาราชิก ๑ ภิกษุจับต้องกายด้วยกาย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑ เอากายถูกต้อง ของเนื่องด้วยกายต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ เอาของเนื่องด้วยกายถูกต้องของเนื่อง ด้วยกาย ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เป็นปาจิตตีย์ในเพราะจี้ด้วยนิ้วมือ ๑ เพราะปัจจัย
คือ ถึงความเคล้าคลึงด้วยกาย ต้องอาบัติ ๕ เหล่านี้.

<<หน้าก่อน


มหามกุฏราชวิทยาลัย Copyright © 2004 Mahamakut Buddish University. All rights reserved www.mbu.ac.th
Powered by e-Learning Silpakorn University