ส่วนที่ ๒ พระวินัยปิฎกเล่ม ๘ ปริวาร
 
มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร
 

[๓] พระเถระเหล่านี้ คือ พระอุบาลีพระทาสกะ พระโสณถะ พระสิคควะ รวมเป็นห้าทั้งพระโมคคัลลีบุตร
นำพระวินัยมาในทวีปชื่อว่าชมพู อันมีสิริ แต่นั้น พระเถระผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ คือ พระมหินทะ ๑ พระอิฏฏิยะ ๑ พระอุตติยะ ๑พระสัมพละ ๑ พระเถระชื่อภัททะผู้เป็นบัณฑิต ๑ มาในเกาะสิงหฬนี้ แต่ชมพูทวีป


         พวกท่านสอน พระวินัยปิฎกในเกาะตาม- พปัณณิ สอนนิกาย ๕ และปกรณ์ ๗ แล้ว ภายหลังพระอริฏฐะผู้มีปัญญา พระติสสทัต ตะผู้ฉลาด พระกาฬสุมนะผู้องอาจ พระ เถระมีชื่อว่าทีฆะ พระทีฆสุมนะผู้บัณฑิต ต่อมาอีก พระกาฬสุมนะ พระนาคเถระ พระพุทธรักขิต พระติสสเถระผู้มีปัญญา พระเทวเถระผู้ฉลาด

ต่อมาอีก พระสุมนะผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัย พระจูฬนาค ผู้พหูสูต ดุจช้างซับมัน พระเถระชื่อธัมมปาลิตะ อันสาธุชนบูชาแล้วในโรหนชนบท ศิษย์ของพระธรรมปาลิตะนั้น มีปัญญามาก ชื่อพระเขมะ ทรงจำพระไตรปิฎกรุ่งเรืองอยู่ในเกาะ ด้วยปัญญา ดุจพระจันทร์ พระอุปติสสะผู้มีปัญญา พระ
ปุสสะเทวะผู้มหากถึก ต่อมาอีกพระสุมนะผู้มีปัญญาพระเถระชื่อบุปผะผู้พหูสูตพระมหาสีวะ ผู้มหากถึกฉลาดในพระปิฎกทั้งปวง

ต่อมาอีก พระอุบาลี ผู้มีปัญญา เชี่ยว ชาญในพระวินัย พระมหานาค ผู้มีปัญญามาก ฉลาดในวงศ์พระสัทธรรม ต่อมาอีก พระอภยะ ผู้มีปัญญา ฉลาดในพระปิฎก ทั้งปวง พระติสส เถระ ผู้มีปัญญาเชี่ยวชาญ
ในพระวินัย ศิษย์ของพระติสสเถระนั้น มีปัญญามาก ชื่อปุสสะ เป็นพหูสูต ตามรักษาพระศาสนาอยู่ในชมพูทวีป พระจูฬาภยะผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัย พระติสสเถระ ผู้มีปัญฉลาดในวงศ์พระสัทธรรมพระจูฬาเทวะผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัย และพระสิวเถระ ผู้มีปัญญา ฉลาดในพระวินัยทั้งมวล พระเถระผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ รู้พระวินัยฉลาดในมรรคาได้ประกาศพระวินัยปิฎกไว้ ในเกาะตามพปัณณิ.

       คำถามและคำตอบปาราชิกสิกขาบทที่ ๒

๔] ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ณ ที่ไหน

ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครราชคฤห์
ถ. ทรงปรารภใคร
ต. ทรงปรารภพระธนียะ กุมภการบุตร
ถ. เพราะเรื่องอะไร
ต. เพราะเรื่องที่พระธนิยะ กุมภการบุตร ถือเอาไม้ของหลวง ซึ่ง ไม่ได้รับพระราชทาน.

มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ อนุปันนบัญญัติไม่มี บรรดาสมุฏฐาน
แห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิตมิ
ใช่วาจา บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต . . .




 
<<หน้าก่อน หน้าต่อไป>>


มหามกุฏราชวิทยาลัย Copyright © 2004 Mahamakut Buddish University. All rights reserved www.mbu.ac.th
Powered by e-Learning Silpakorn University