พระวินัยปิฎก เล่ม ๗ จุลวรรค ทุติยภาค
 
 เรื่องภิกษุณี
 
[ว่าด้วยการอุปสมบทด้วยทูต]
   
การอุปสมบทด้วยทูต ย่อมควร เพราะอันตรายอย่างใดอย่างหนึ่งบรรดาอันตราย ๑๐ อย่าง. ในเวลาจบกรรมวาจา
ภิกษุณีนั้นจะยืนหรือนั่งอยู่ก็ตาม ตื่นอยู่หรือหลับอยู่ก็ตาม ในสำนักภิกษุณี, เธอย่อมเป็นผู้อุปสมบทแล้วแท้. ในทันทีนั้น
ภิกษุสงฆ์พึงบอกส่วนแห่งวันมีคำว่า เงา เป็นต้น แก่ ภิกษุณีทูตผู้มาแล้ว.
 
[ว่าด้วยโรงเก็บของเป็นต้น]
   
บทว่า อุทฺโทสิโต ได้แก่ โรงเก็บของ.
บทว่า น สมฺมติ ได้แก่ ไม่พอ.
บทว่า อุปสฺสยํ ได้แก่ เรือน.
บทว่า นวกมฺมํ มีความว่า เราอนุญาตให้ภิกษุณีทำการสร้างใหม่เพื่อประโยชน์แก่สงฆ์.
สองบทว่า ตสฺสา ปพฺพชิตาย ได้แก่ ในเวลาที่หญิงนั้นบวชแล้ว.
หลายบทว่า ยาว โส ทารโก วิญฺญุตํ ปาปุณาติ มีความว่า (เราอนุญาตให้เลี้ยงดู) จนกว่าทารกนั้นจะสามารถขบเคี้ยว
บริโภคและอาบได้ตามธรรมดาของตน.
สองบทว่า ฐเปตฺวา สาคารํ ได้แก่ เว้นเพียงห้องเรือนที่เป็นสหไสย. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า ภิกษุณีผู้เป็น
เพื่อน พึงปฏิบัติใน ทารกนั้น เหมือนที่ปฏิบัติในบุรุษอื่น. ภิกษุณีผู้เป็นมารดา ย่อมได้เพื่อยังทารกนั้นให้อาบ ให้ดื่ม และให้
บริโภค เพื่อแต่งตัวทารกและให้เพื่อนอนกกทารกนั้นไว้ที่อก.
 
[ว่าด้วยลาสิกขาเป็นต้น ]
   
ด้วยคำว่า ยเทว สา วิพฺภนฺตา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่าเพราะภิกษุณีนั้น สึกแล้วนุ่งผ้าขาว ด้วยความยินดี
พอใจของตน ฉะนั้นแลเธอจึงมิใช่ภิกษุณี, เธอมิใช่ภิกษุณี เพราะการลาสิกขาหามิได้. เธอย่อมไม่ได้อุปสมบทอีก.
ข้อว่า สา อาคตา น อุปสมฺปาเทตพฺพา มีความว่า ก็ภิกษุณีนั้น อันสงฆ์ไม่พึงให้อุปสมบทอย่างเดียวเท่านั้น หามิได้ล
เธอย่อมไม่ได้แม้ซึ่งบรรพชา. ฝ่ายนางผู้นุ่งขาวสึกไป ย่อมได้เพียงบรรพชา.
 
[ว่าด้วยยินดีการอภิวาทเป็นต้น]
   
ในบทว่า อภิวาทนํ เป็นอาทิ มีความว่า บุรุษทั้งหลาย เมื่อจะนวดเท้า ย่อมไหว้ ย่อมปลงผม, ย่อมตัดเล็บ, ย่อมทำการ
รักษาแผล, ภิกษุณีทั้งหลาย รังเกียจการนั้น ทั้งหมด จึงไม่ยินดี.
ในคำว่า อภิวาทนํ เป็นต้นนั้น อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ถ้าว่าเป็นผู้อันราคะครอบงำแล้ว เป็นผู้มีความกำหนัดกล้า
ข้างภิกษุณีฝ่ายเดียวหรือทั้ง ๒ ข้าง, เป็นอาบัติตามวัตถุแท้
พระอาจารย์พวกหนึ่งกล่าวว่า ในการไหว้เป็นต้นนี้ ไม่มีอาบัติ. พระอรรถกถาจารย์ทั้งหลายแสดงอาจริยวาทอย่างนี้
กล่าวไว้ในอรรถกถาว่าการไหว้เป็นต้นนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตจำเพาะแก่ภิกษุณีทั้งหลาย จึงสมควร. คำแห่ง
อรรถกถานี้ เป็นประมาณ. เพราะว่าการบุรุษทั้งหลายไหว้ เป็นต้น เป็นกิจสมควร โดยพระบาลีว่า ภิกษุทั้งหลายเราอนุญาต
ให้ภิกษุณียินดี ดังนี้แล.
สองบทว่า ปลฺลงฺเกน นิสีทนฺติ ได้แก่ นั่งขัดสมาธิ.
บทว่า อฑฺฒปลฺลงฺกํ ได้แก่ นั่งขัดสมาธิทบเท้าข้างเดียว.
วินิจฉัยในคำว่า เหฏฺฐาวิวเฏ อุปริปฏิจฺฉนฺเน นี้ พึงทราบดังนี้ :-
ถ้าว่า เป็นหลุมที่เขาขุด และเพียงแต่ไม้เรียบข้างบนเท่านั้น ปรากฏในทิศทั้งปวง จะถ่ายอุจจาระในหลุมแม้เห็น
ปานนั้น ก็ควร.
สองบทว่า กุกฺกุสํ มตฺติกํ ได้แก่ รำและดินเหนียว.
คำที่เหลือในที่ทั้งปวง ดินทั้งนั้น ฉะนั้นแล.
 
ภิกขุนิกขันธกวรรณนา จบ
 
<<หน้าก่อน หน้าต่อไป>>


มหามกุฏราชวิทยาลัย Copyright © 2004 Mahamakut Buddish University. All rights reserved www.mbu.ac.th
Powered by e-Learning Silpakorn University