ส่วนที่ 2 พระวินัยเล่ม 5 มหาวรรค ทุติยภาค
 
นิคหกรรม
 

นิยสกรรมเป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรมเป็นต้น
[๒๐๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้เขลา ไม่ ฉลาด มีอาบัติมาก มีมารยาทไม่สมควร อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ ด้วยการคลุกคลี อันไม่สมควร ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล เป็นผู้เขลา ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก มีมารยาท ไม่สมควร อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร เอาล่ะ พวก เราจะลงนิยสกรรมแก่เธอดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรมลงนิยสกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น ภิกษุรูปนั้น ไปจากอาวาสนั้นสู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ปรึกษาตกลงกัน อย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูก สงฆ์เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรมลงนิยสกรรม เอาละ พวกเราจะลงนิยสกรรม แก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรมลงนิยสกรรมแก่ภิกษุรูป นั้น. . . เป็นวรรคโดยธรรม. . . เป็นวรรคโดยเทียมธรรม. . . พร้อมเพรียง กันโดยเทียมธรรม . . . พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

ปัพพาชนียกรรม
[๒๑๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประทุษร้าย ตระกูลมีมารยาทเลวทรามในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกัน อย่างนี้ว่าอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล เป็นผู้ประทุษร้ายตระกูล มีมารยาท เลวทราม เอาละพวกเราจะลงปัพพาชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรค โดยไม่เป็นธรรมลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้น สู่อาวาสแม้อื่น แม้ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลายก็ได้ปรึกษาตกลงกัน อย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรมลงปัพพาชนีย- กรรม เอาละ พวกเราจะลงปัพพาชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียง กันโดยไม่เป็นธรรมลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น. . . เป็นวรรคโดยธรรม เป็นวรรคโดยเทียมธรรม . . . พร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรม. . . พึงแต่ง จักรเหมือนหนหลัง.

ปฏิสารณียกรรม
[๒๑๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมด่า ย่อม บริภาษพวกคฤหัสถ์ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ย่อมด่า ย่อมบริภาษพวกคฤหัสถ์ เอาละ พวก เราจะลงปฏิสารณียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ลง ปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น. . . พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม. . . เป็น วรรคโดยธรรม . . . เป็นวรรคโดยเทียมธรรม . . . พร้อมเพรียงกัน โดยเทียม ธรรม. . พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

อุกเขปนียกรรม
[๒๑๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติและ ไม่ปรารถนาจะเห็นอาบัติ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกัน อย่าง นี้ว่าอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ต้องอาบัติแล้ว ไม่ปรารถนาจะเห็นอาบัติ เอาละ พวกเราจะลงอุกเขปนียกรรม ฐานไม่เห็นอาบัติแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้ เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ลงอุกเขปนียถรรม ฐานไม่เห็นอาบัติแก่ภิกษุรูปนั้น . . . พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม . . . เป็นวรรคโดยธรรม. . . เป็นวรรค โดยเทียมธรรม . . . พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม. . . พึงแต่งจักรเหมือน หนหลัง.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติแล้ว ไม่ ปรารถนาจะทำคืนอาบัติ ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่าง นี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ต้องอาบัติแล้ว ไม่ปรารถนาจะทำคืน อาบัติ เอาละ พวกเราจะลงอุกเขปนียกรรม ฐานไม่ทำคืนอาบัติแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ลงอุกเขปนียกรรมฐานไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุรูปนั้น. . . พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม. . . เป็นวรรคโดยธรรม. . . เป็นวรรคโดยเทียมธรรม. . . พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม. . . พึงแต่งจักร เหมือนหนหลัง.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไม่ปรารถนาจะสละ ทิฏฐิบาปในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้ง หลาย ภิกษุรูปนี้แล ไม่ปรารถนาจะสละทิฏฐิบาป เอาละ พวกเราจะลงอุก- เขปนียกรรมฐานไม่สละทิฏฐิบาปแก่เธอดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม ลงอุกเขปนียกรรมฐานไม่สละทิฏฐิบาปแก่ภิกษุรูปนั้น. . . พร้อมเพรียงกันโดยไม่ เป็นธรรม. . .เป็นวรรคโดยธรรม. . .เป็นวรรคโดยเทียมธรรม . . . พร้อมเพรียง กันโดยเทียมธรรม. . . พึงแต่งจักรเหมือนหนหลัง.

ขอระงับตัชชนียกรรม
[๒๐๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลง ตัชชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับตัชชนียกรรม ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดย ชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะระงับตัชชนียกรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยเป็นธรรมระงับ ตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น ภิกษุรูปนั้นไปจากอาวาสนั้นสู่อาวาสแม้อื่น แม้ ในอาวาสนั้น ภิกษุทั้งหลายก็ได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย สงฆ์เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรมระงับตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนี้แล้ว เอาละ พวกเราจะระงับตัชชนียกรรมแก่เธอดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกันโดยเป็นธรรม ระงับตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น. . . เป็นวรรคโดยธรรม . . . เป็นวรรคโดย เทียมธรรมะ. . . พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม. . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงตัชชนีย- กรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับ ตัชชนียกรรมในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโส ทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หาย เย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะ ระงับตัชชนียกรรมแก่เธอดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม ระงับ ตัชชนียกรรมแก่ภิกษุรูปนั้น . . . เป็นวรรคโดยธรรมะ. . . เป็นวรรคโดยเทียม ธรรม. . . พร้อมเพรียงกันโดยเทียมธรรม . . . เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม. . . ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงตัชชนีย- กรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับ ตัชชนียกรรมในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกัน อย่างนี้ว่า อาวุโส ทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หาย เย่อหยิ่ง พระพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับตัชชนียกรรม เอาล่ะ พวกเราจะ ระงับตัชชนียกรรมแก่เธอดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยธรรมระงับตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น. . . เป็นวรรคโดยเทียมธรรม . . . พร้อมเพรียงถันโดยเทียมธรรม . . . เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม. . . พร้อมเพรียงกันโดยไม่เป็นธรรม . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรม แล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ จึงขอระงับตัชชนีย- กรรมในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกัน อย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับตัชชนียกรรม เอาละ พวกเราจะระงับ ตัชชนียกรรมแก่เธอดังนี้ แล้วได้เป็นวรรคโดยเทียมธรรม ระงับตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น. . . จึงพร้อมเพรียงกัน โดยเทียมธรรม. . . เป็นวรรคโดยไม่เป็น ธรรม. . . พร้อมเพรียงกัน โดยไม่เป็นธรรม. . . เป็นวรรคโดยธรรม . . .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ถูกสงฆ์ลงตัชชนีย- กรรมแล้วประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ ขอระงับตัชชนีย- กรรม ในเรื่องนั้น ถ้าภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษาตกลงกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้แล ถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้ว พระพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประ- พฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับนียกรรม เอาละ พวกเราจะงับตัชชนีย- กรรมแก่เธอ ดังนี้ แล้วได้พร้อมเพรียงก้นโดยเทียมธรรม ระงับตัชชนียกรรม แก่ภิกษุรูปนั้น . . . เป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม. . . พร้อมเพรียงกันโดยไม่ เป็นธรรม. . . เป็นวรรคโดยธรรม . . . เป็นวรรคโดยเทียมธรรม. . .

 

<<หน้าก่อน


มหามกุฏราชวิทยาลัย Copyright © 2004 Mahamakut Buddish University. All rights reserved www.mbu.ac.th
Powered by e-Learning Silpakorn University