ส่วนที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพระไตรปิฏก
 
เล่ม 6 จุลวรรค ภาค1
 
เล่ม 6 - 7 ชื่อว่าจุลวรรค คือวรรคน้อย มีเนื้อความไม่ยืดยาวเหมือนมหาวรรค เฉพาะในเล่ม 6 จัดเป็น 4 ขันธกะ คือ
 
1. กรรมขันธกะ
2. ปริวาสิกขันธกะ
3. สมุจจยขันธกะ
4. สมถขันธกะ
 
ในกรรมขันธกะ แสดงถึงกรรมต่างๆคล้ายกับเนื้อความใน จัมเปยยขันธกะ แต่ในที่นี่พิสดารกว่าี
 
ในปริวาสิกขันธกะ ว่าด้วยวัตรของภิกษุผู้อยู่ปริวาส มานัตสำหรับออกจากอาบัติสังฆาทิเสส
 
ในสมุจจยขันธกะ ว่าถึงการขอและการให้ปริวาส และมานัต และชื่อของปริวาส และชื่อชองมานัต การขออัพภานและวิธีอัพภาน
 
ในสมถขันธกะ ว่าถึงลักษณะอธิกรณ์ และวิธีพิจารณาวินิจฉัยอธิกรณ์เป็นต้น
 
เล่ม 7 จุลวรรค ภาค2
 
ในเล่มนี้แบ่งเป็น 8 ขันธกะคือ
 
1. ขุททกวัตถุขันธกะ
2. เสนาสนขันธกะ
3. สังฆเภทขันธกะ
4. วัตตขันธกะ
5. ปาฏิโมกขัฏฐาปนขันธกะ
6. ภิกขุณีขันธกะ
7. ปัญจสติกขันธกะ
8. สัตตสติกขันธกะ
 
ในขุททกวัตถุขันธกะ ด้วยอภิสมาจาร สิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์ เช่นห้ามการไว้หนวดไว้เคราและไว้ผมยาว ซึ่งมีเนื้อความปรากฏอยู่ในวินัยมุขเล่ม 2 แล้ว โดยมาก และมีพระอนุญาตและบัญญัติเรื่องการกรานกฐินเพิ่มเติมด้วย
 
ในเสนาสนขันธกะ ว่าถึงเรื่องเสนาสนะ และเครื่องใช้ในเสนาสนะ บุคคลที่ไม่ควรไหว้และควรไหว้ สมมติภิกษุผู้แจกเสนาสนของสงฆ์ที่เป็นครุภัณฑ์ควรแจกไม่ควรแจก และวัตรที่ควรปฏิบัติในเมื่อภิกษุเข้าอยู่ในเสนาสนะ ในตอนท้ายกล่าวถึงวิธีสมมติภัตตุทเทส ( ภิกษุผู้แจกภัตต์ ) เป็นต้น
 
ในสังฆเภทขันธกะ ว่าด้วยเรื่องทำสังฆเภทของพระเทวทัตต์ และเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับสังฆเภท ว่าใครทำสังฆเภทได้ ใครทำไม่ได้ และในที่เช่นไรจึงทำได้ และที่เรียกว่าสังฆเภทนั้นหมายความว่าสงฆ์อยู่ในวัตรเดียวกันมีสีมาเดียวกัน แยกกันทำอุโบสถสังฆกรรม ไม่ใช่หมายความว่าต่างวัตรต่างสีมากัน แยกกะนทำสังฆกรรม จึงเป็นสังฆเภทเป็นต้น
 
ในวัตตขันธกะ กล่าวถึงธรรมเนียมของภิกษุที่จะต้องประพฤติในสถานที่นั้นๆ เช่น ธรรมเนียมของอาคันตุกะผู้จะไปสู่วัตรอื่น พึงลดร่ม ถอดรองเท้า ลดผ้าห่มคลุม เป็นต้น ธรรมเนียมของเจ้าของถิ่นที่จะต้อนรับอาคันตุกะ ธรรมเนียมฉันอาหาร ธรรมเนียมบิณฑบาต ธรรมเนียมของผู้อยู่ในป่า วิธีอาบน้ำ ผิงไฟในเรือนไฟ และธรรมเนียมในวัจจกุฎี เป็นต้น และธรรมเนียมในระหว่างอุปัชฌาย์ อาจารย์กับศิษย์จะประพฤติต่อกัน
 
ในปาติโมกขัฏฐาปนขันธกะ กล่าวถึงอัศจรรย์ในพระธรรมวินัยนี้ 8 อย่าง เปรียบด้วยมหาสมุทรมีความอัศจรรย์ 8 อย่าง กล่าวถึงการงดสวดปาติโมกข์ ว่าอย่างไรควร อย่างไรไม่ควร
 
ในภิกขุณีขันธกะ กล่าวถึงประวัติพระนางมหาปชาบดีโคตมี ทูลขอให้สตรีบวชในพระพุทธศาสนา และว่าด้วยเรื่องครุธรรม 8 สำหรับภิกษุณี ตลอดถึงวัตรคือข้อปฏิบัติของภิกษุณี มีการสวดปาฏิโมกข์ เป็นต้นอย่างพิสดาร
 
ในปัญจสติกขันธกะ ว่าด้วยเรื่องปฐมสังคายนาพิสดาร
 
ในสัตตสติกขันธกะ ว่าด้วยเรื่องทุติยสังคายนาพิสดาร
 
เล่ม 8 ปริวาร
 
ในเล่มนี้ชื่อปริวาร ว่าด้วยข้อปลีกย่อย อธิบายเรื่องราวในมหาวิภังค์ มหาวรรค และ จุลวรรคใน 7 เล่มข้างต้นให้พิสดารขึ้น เช่นตั้งเป็นข้อถามข้อตอบ วินิจฉัยอาบัติ อนาบัติ อาบัติที่ทั่วไปแก่ภิกษุ และภิกษุณี อาบัติที่ไม่ทั่วไปทั้ง 2 ฝ่าย ก็ได้แสดงไว้ครบถ้วนในเล่มนี้ และตอนท้ายเล่มยังมีปัญหาวินัยที่ผู้ไว้เป็นคำกวีเรียกว่าเสทโมจนคาถา( คาถาเหงื่อแตก ) คือ เป็นปัญหาลึกลับซับซ้อน คิดแก้กันจนเหงื่อไหล พร้อมทั้งคำเฉลยปัญหาเหล่านั้น
 
เป็นอันว่าพระวินัยปิฎกทั้ง 8 เล่มมีเนื้อความดังที่ได้ชี้แจงมาแล้วนี้ เป็นเนื้อความย่อที่สุด แต่พอเป็นเค้าให้ท่านทราบว่าในเล่มไหนว่าด้วยเรื่องอะไรเท่านั้น
 


มหามกุฏราชวิทยาลัย Copyright © 2004 Mahamakut Buddish University. All rights reserved www.mbu.ac.th
Powered by e-Learning Silpakorn University