ส่วนที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพระไตรปิฏก
 
ไตรปิฎก "ปิฎกสาม" ปิฎก แปลตามศัพท์อย่างพื้นๆ ว่า กระจาดหรือตะกร้า อันเป็นภาชนะสำหรับใส่รวมของต่างๆ เข้าไว้ นำมาใช้ในความหมายว่า เป็นที่รวบรวมคำสอนในพระพุทธศาสนาที่จัดเป็นหมวดหมู่แล้ว โดยนัยนี้ ไตรปิฎกจึงแปลว่าคัมภีร์ที่บรรจุพุทธพจน์ (และเรื่องราวชั้นเดิมของพระพุทธศาสนา) ๓ ชุด หรือ ประมวลแห่งคัมภีร์ที่รวบรวมพระธรรมวินัย ๓ หมวดกล่าวคือ วินัยปิฎก สุตตันตปิฎก และอภิธรรมปิฎก; พระไตรปิฎก จัดแบ่งหมวดหมู่โดยย่อดังนี้
ในพระวินัยนี้แบ่งเป็นหมวดใหญ่ๆ มี 5 หมวด คือ
 
1. มหาวิภังค์ 2 เล่ม
2. ภิกขุนีวิภังค์ 1 เล่ม
3. มหาวรรค 2 เล่ม
4. จุลวรรค 2 เล่ม
5. ปริวาร 1 เล่ม
 
เล่ม 1 มหาวิภังค์ ภาค1
 
เริ่มต้นด้วยเหตุที่จะให้ทรงบัญญัติพระวินัย กล่าวความถึงเวลาเสด็จจำพรรษาในปีที่ทรงบัญญัติพระวินัยด้วย และแบ่งออกเป็นกัณฑ์ได้ 7 กัณฑ์ คือ
 
กัณฑ์ที่ 1 เวรัญชกัณฑ์ ว่าด้วยการเสด็จจำพรรษาในปีที่ทรงบัญญัติสิกขาบท
กัณฑ์ที่ 2 ว่าด้วยการปาราชิกสิกขาบทที่ 1
กัณฑ์ที่ 3 ว่าด้วยการปาราชิกสิกขาบทที่ 2
กัณฑ์ที่ 4 ว่าด้วยการปาราชิกสิกขาบทที่ 3
กัณฑ์ที่ 5 ว่าด้วยการปาราชิกสิกขาบทที่ 4
กัณฑ์ที่ 6 ว่าด้วยสังฆาทิเสส 13
กัณฑ์ที่ 7 ว่าด้วยอนิตย 2 สิกขาบท
 
ความสังเขปในกัณฑ์ที่ 1 นั้นว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จประทับจำพรรษาที่ป่าไม้สะเดาเมืองเวรัญชา ได้ทรงแสดงธรรมให้เวรัญชพราหมณ์เลื่อมใส แล้วทูลนิมนต์ให้ทรงจำพรรษาที่นั่นพร้อมด้วยภิกษุประมาณ 500 แต่แล้วพรามหณ์ลืมการนิมนต์นั้นเสีย หาได้อุปัฏฐากบำรุงไม่ ทั้งเวลานั้นเมืองเวรัญชาบังเกิดทุพภิกขภัยข้าวแพงถึงกับชาวเมืองต้องซื้อข้าวตามสลาก ( บัตรปั่นส่วน ) ไม่สามารถที่จะเฉลี่ยอาหารมาบำรุงพระผู้มีพระภาคกับภิกษุสงฆ์ได้ แต่บังเอิญครั้งนั้นพ่อค้าม้ามาจากต่างเมืองติดค้างฤดูฝนอยู่ ณ ที่นั่น ภิกษุทั้งหลายเที่ยวบิณฑบาตที่อื่นไม่ได้ ก็ไปถึงที่พักพ่อค้าม้า พวกพ่อค้าม้ามีข้าวตากสำหรับเป็นอาหารม้า ก็เฉลี่ยอาหารนั้นถวายพวกภิกษุองค์ละฟายมือพวกภิกษุได้อาหารอย่างนั้นแล้ว ก็นำไปตำละลายน้ำฉัน พระอานนท์ใช้หินบดๆถวายพระผู้มีพระภาค เป็นอยู่อย่างนี้จนออกพรรษา และในระหว่างพรรษา พระสารีบุตรทูลอาราธนาพระองค์ให้ทรงบัญญัติสิกขาบท แต่พระผู้มีพระภาคตรัสห้ามเสียว่ายังไม่ถึงเวลาเมื่อถึงเวลาตถาคตรู้เอง ดังนี้ ครั้นออกพรรษาแล้วเสด็จไปเพื่อบอกลาพรามหณ์ ๆ รู้สึกตัวว่านิมนต์พระผู้มีพระภาคให้ทรงจำพรรษาแล้วไม่ได้บำรุง ก็ทูลขอโทษอ้างว่าเป็นคฤหัสถ์มีภาระกังวลมาก ไม่ใช่ว่าไม่มีวัตถุจะบำรุง พระองค์ทรงแสดงธรรมให้ พรามหณ์ชื่นชมยินดีและไดถวายอาหารพร้อมด้วยไตรจีวรแก่พระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน พระองค์ทงอนุโมทนา แล้วเสด็จไปยังเมืองเวสาลี
 
ตั้งแต่กัณฑ์ที่ 2 ถึง กัณฑ์ที่ 5 ตอนต้นๆ ชองกัณฑ์ปรารภ ต้นเหตุที่เกิดขึ้นไม่งาม ไม่ควรแก่บรรพชิต เป็นข้อเสียหายอย่างร้ายแรง แล้วทรงบัญญัติปาราชิก 4 สิกขาบท คือ ห้ามเสพเมถุน ลักทรัพย์ ฆ่ามนุษย์ พูดอวดคุณพิเศษที่ไม่มีในตน ปรับผู้ต้องขาดจากความเป็นภิกษุ ตอนท้ายของกัณฑ์อธิบายถึงวิธีวินิจฉัยอาบัติว่า อย่างไรเป็นอาบัติ อย่างไรไม่เป็นอาบัติ เป็นอาบัติหนักหรือเบา ต้องแล้วแก้ได้หรือไม่ได้ ในกัณฑ์ที่ 6 ว่าด้วยต้นเหตุ และทรงบัญญัติสังฆาทิเสส 13 สิกขาบท ต้องแล้วต้องอยู่กรรมทรมานตนจึงจะพ้นได้ ในกัณฑ์ที่ 7 ว่าด้วยอนิตย 2 สิกขาบท วิธีตัดสินอาบัติเรื่องพระอยู่ในที่ลับตาลับหูกับผู้หญิง ในเล่ม 1 นี้ มีสิกขาบท 19 สิกขาบท
 


มหามกุฏราชวิทยาลัย Copyright © 2004 Mahamakut Buddish University. All rights reserved www.mbu.ac.th
Powered by e-Learning Silpakorn University